ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อันตรายของความผอม!

บางคนซีเรียสกับน้ำหนักตัวจนเกินไป ถึงกับต้องล้วงคอเพื่อให้อาเจียนเอาอาหารที่เพิ่งทานเข้าไปออกมา หรือที่เรียกว่า โรคบูลิเมีย เนอร์โวซา 
ขณะที่บางรายถึงกับจำกัดอาหาร ลดปริมาณให้น้อยที่สุด ลดจำนวนมื้อ เลือกกินอาหารเพียงบางหมวดหมู่ เพราะไม่ต้องการให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากทุกครั้งที่ส่องกระจกจะรู้สึกว่า ตัวเองอ้วนเกินไป ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้ว คนๆนั้นมีรูปร่างที่พอดีหรือผอมไปด้วยซ้ำ อย่างนี้เข้าข่าย โรคอะนอร์เร็กเซีย เนอร์โวซา ซึ่งเป็นโรคทางจิตเวชนั่นเอง
การลดน้ำหนักจำเป็นสำหรับคนที่ เป็นโรคอ้วนเพื่อลดความเสี่ยงปัญหาสุขภาพ แต่ถ้าน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมก็ไม่จำเป็นต้องลดน้ำหนัก เพราะการที่ร่างกายผอมเกินไปจะส่งผลเสียต่อร่างกาย 10 ระบบด้วยกัน ประกอบด้วย
ระบบประสาทและสมอง ความกังวลเรื่องน้ำหนัก ยังทำให้เป็นโรคซึมเศร้า หงุดหงิดและฉุนเฉียวง่าย ร่างกายอ่อนแอ จนเป็นลด หน้ามืด
เส้นผม คนผอมแล้วยังพยายามลดหุ่น เส้นผมจะเปราะขาดง่ายและไม่แข็งแรง เพราะขาดวิตามินและโปรตีน 
ระบบหัวใจ หัวใจเต้นช้าหรือเร็วผิดปกติ เสี่ยงหัวใจวาย และความดันโลหิตต่ำ
ระบบเลือด การขาดสารอาหารในคนผอมมีผลให้โลหิตจาง
ระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ กล้ามเนื้อจะอ่อนแรง กระดูกพรุน และกระดูกหักง่าย
ระบบไต ทำให้เกิดอาการไตวาย และนิ่วในไต
ระบบสารอาหารและสารน้ำในร่างกาย จะขาดเกลือแร่หลายชนิด อาทิ โซเดียม โปแตสเซียม และแมกนีเซียม 
ระบบทางเดินอาหาร มักแปรปรวนให้ผู้นั้นมีอาการท้องอืด และท้องผูกบ่อยๆ
ระบบฮอร์โมนและต่อมไร้ท่อ เมื่อขาดสารอาหารจะทำให้ขาดฮอร์โมนเพศ โดยเฉพาะในเพศหญิง ประจำเดือนจะน้อยลงหรือขาดประจำเดือน มีบุตรยาก หากตั้งครรภ์ก็เสี่ยงแท้งบุตรง่าย บุตรน้ำหนักตัวน้อย กระดูกบาง ขาดโกรทฮอร์โมน ทำให้ร่างกายเติบช้า และอ่อนเพลีย
ผิวหนัง โดยสภาพผิวจะแห้งและบาง พบจ้ำเลือดได้ง่าย รวมถึงผิวเหลืองซีด ขี้หนาว เล็บเปราะบางแตกง่าย
และกรณีที่ควบคุมน้ำหนักด้วยการล้วงคอให้อาเจียนบ่อยๆ ก็ยังทำให้ผู้นั้นเกิดแผลในช่องปากและกระพุ้งแก้มฟันผุ และเกิดอาการเสียวฟันเพราะถูกกรดในกระเพาะอาหารที่ย้อนขึ้นมากับอาเจียนกัดทำลาย
ผลเสียมีมากขนาดนี้ ถ้ามีน้ำหนักตัวที่เหมาะสมแล้ว อย่าลดน้ำหนักให้เสียสุขภาพเลย.

ที่มา http://new.goosiam.com/variety/html/0024160.html

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สุขภาพร่างกายแข็งแรงกับธาตุทั้งสี่

ธาตุทั้ง 4 มักจะบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยและอารมณ์ของคนเรา ว่าเป็นคนแบบไหนอย่างไรชอบอะไรไม่ชอบอะไร แถมยังจะบอกด้วยว่าลักษณะผิวพรรณรูปร่างเป็นอย่างไร แม้กระทั้งอาหารการกินต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความสมดุลทางร่างกาย เป็นการส่งเสริมสุขภาพให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ได้แก่ ธาตุดิน เปรียบดั่งความห่วงใย สีประจำธาตุคือสีน้ำตาล คนธาตุดินมักจะมีร่างกายและกล้ามเนื้อแข็งแรง สูงใหญ่ ผิวค่อนข้างคล้ำ เสียงดังฟังชัด เป็นคนหนักแน่น รักการประนีประนอม สดใส ดูท่าทางขี้โกงแต่จิตใจดี ควรรับประทานผักและผลไม้ที่มี รสฝาด รสหวาน รสมัน รสเค็ม เช่น ฝรั่งดิบ หัวปลี กล้วย มะละกอ เผือก มัน ถั่วพู กะหล่ำปลี ผักกระเฉด มะม่วง มังคุด เงาะ ลำไย น้ำเต้าหู้ น้ำแตงโม ขนมจีนน้ำพริกเป็นต้น ธาตุน้ำ เปรียบดั่งกำลังใจ สีประจำธาตุคือสีฟ้า คนธาตุน้ำมักมีรูปร่างสมส่วน ท้วมถึงอ้วน ผิวพรรณสดใส มีความนุ่มนวลในตัวเองหากนำมาใช้ถูกทาง สิ่งใดหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง เชื่องช้าในบางครั้ง ควรรับประทานผัก และผลไม้ที่มี รสเปรี้ยว เช่น ก๋วยเตี๋ยว มะเขือเทศ ส้มโอ สับปะรด มะนาว ส้มเขียวหวาน ยอดมะขามอ่อนเป็นต้น ธาตุลม      ...

ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย “วรรณคดี” เป็นหลักฐาน “ประวัติศาสตร์สังคม”

“ เรียนรู้อดีต รับใช้ปัจจุบัน สร้างสรรค์อนาคต ”  เป็น ที่รู้กันดีในประเทศทุนนิยมก้าวหน้า เช่น ฮอลลีวู้ด(อเมริกา) , โอชิน(ญี่ปุ่น) , แดจังกึม(เกาหลี) , สามก๊ก(จีน) , กำลังภายใน(ฮ่องกง , ไต้หวัน) แม้กระทั่งนาร้าย-นารายณ์(อินเดีย) เพราะประเทศเหล่านี้เข้าใจดีว่าความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์โบราณคดี วรรณคดีเพลงดนตรีดั้งเดิม มีพลังมหาศาลผลักดันให้เกิดงานสร้างสรรค์ , และเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ในนาม Creative Economy, Creative City, Creative Thailand ยกเว้นประเทศไทย  มีกรณีตัวอย่างในกระทรวงวัฒนธรรม เมื่อข้าราชการหัวนอกหัวหงอกหัวดำหัวเถิกหัวล้านพวกหนึ่ง  “ กึ่งดิบกึ่งดี ”  คิดว่าตัวเองเป็นฝรั่ง แต่หน้าลาว วางตนเป็น “ อำมาตย์ ”  ผู้มีอำนาจสั่งการว่างานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย   ต้องเป็นเรื่องสมัยใหม่เท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับงานประวัติศาสตร์โบราณคดี วรรณคดี เพลงดนตรีไทยและสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ ผลคืองานศิลปกรรมร่วมสมัยของไทยมักลอกแบบจากแม็กกาซีนทางศิลปะทั้งของฝรั่ง , ญี่ปุ่น , จนถึงเกาเหลาเกาหลี   ไม่มีตัวตนของตนที่แท้จริง เพราะไม่รู้จักตัวเอง  ศิลปินร่วมสมัยของไทยจ...