ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วันลอยกระทง


            สวัสดีครับ ขอต้อนรับท่านผู้อ่านทุกท่านเข้าสู่ บล็อก tree1993.blogspot.com ซึ่งเป็นเว็บบล็อกที่นำเสนอถึงเรื่องราวความรู้ต่างๆ สำหรับบทความแรกนั้น ขอนำเสนอในเรื่องราวของวันลอยกระทง ซึ่งเป็นประเพณีหนึ่งที่สำคัญของประเทศไทย
วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย มักจะตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการขอขมาต่อพระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไปในวันลอยกระทง ผู้คนจะพากันทำ "กระทง" จากวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ตบแต่งเป็นรูปคล้ายดอกบัวบาน ปักธูปเทียน และนิยมตัดเล็บ เส้นผม หรือใส่เหรียญกษาปณ์ลงไปในกระทง แล้วนำไปลอยในแม่น้ำ เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ไป นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการลอยกระทง เป็นการบูชาและขอขมาพระแม่คงคาด้วย
ประวัติ
เดิมเชื่อกันว่าประเพณีลอยกระทงเริ่มมีมาแต่สมัยสุโขทัย ในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง โดยมีนางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงขึ้นครั้งแรก โดยแต่เดิมเรียกว่าพิธีจองเปรียง ที่ลอยเทียนประทีป และนางนพมาศได้นำดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสองมาใช้ใส่เทียนประทีป 
ประเพณีลอยกระทงในแต่ล่ะท้องถิ่น
·       ภาคเหนือตอนบน นิยมทำโคมลอย เรียกว่า "ลอยโคม" หรือ "ว่าลม" หรือ "ว่าวควัน" ทำจากผ้าบางๆ แล้วสุมควันข้างใต้ให้ลอยขึ้นไปในอากาศอย่างบัลลูน ประเพณีของชาวเหนือนี้เรียกว่ายี่เป็ง หมายถึงการทำบุญในวันเพ็ญเดือนยี่
·       ภาคอีสาน ในอดีตมีการเรียกประเพณีลอยกระทงในภาคอีสานว่า สิบสองเพ็ง หมายถึงวันเพ็ญเดือนสิบสองซึ่งจะมีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป
·       ภาคกลาง มีการจัดประเพณีลอยกระทงขึ้นทั่วทุกจังหวัด
ความเชื่อในวันลอยกระทง
·       เป็นการขอขมาพระแม่คงคา ที่มนุษย์เราได้ใช้น้ำ ได้ดื่มกินน้ำ รวมไปถึงการทิ้งสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงในแม่น้ำ
·       เป็นการลอยความทุกข์ ความโศกรวมถึงโรคภัยต่างๆ ให้ลอยไปกับแม่น้ำ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ข้าวผัด 1 จานของในหลวง ที่ทำให้คนไทยอิ่มใจ

เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554 ทางกระทรวงพลังงาน ได้ผลิตภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในชื่อ “ ข้าวผัดอิ่มใจ ” … ภาพยนตร์ที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นต้นแบบแห่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยแท้จริง เรื่องเล่าจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ครั้งตามเสด็จไปที่เขาค้อ จ. เพชรบูรณ์ ปี พ.ศ. 2527 ….. เป็นเรื่องราวที่คนไทยอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน ….. พระจริยวัตรของพระองค์เป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้กับคนไทยทุกคน รู้จักการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและพอเพียง ทุกๆสิ่งที่อยู่รอบตัวในชีวิตประจำวันเรา ล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดการสิ้นเปลืองพลังงาน เช่นแค่ข้าวผัด 1 จานก็สิ้นเปลืองพลังงานเท่ากับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงครึ่งลิตร บ่ายวันหนึ่ง หลังเสร็จภาระกิจ พวกเขายังไม่ได้กินข้าว พอไปถึงโรงครัว มีแต่ข้าวผัดติดก้นกระบะ ก็ตักมากินกัน … แต่มีจานหนึ่งต­ักวางไว้ มีคนกำลังจะไปหยิบ แต่ก็มีเสียงบอกว่า “ จานนั้นของพระเจ้าอยู่หัว ท่านรับสั่งให้มาตัก ” ทั้งที่เป็นข้าวผัดแห้งๆก้นกระบ­ะกับไข่ดาว 1 ฟอง เสียงที่กล่าวมานั้น สะท้อนเข้าไปในใจพวกเขา ...

สุขภาพร่างกายแข็งแรงกับธาตุทั้งสี่

ธาตุทั้ง 4 มักจะบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยและอารมณ์ของคนเรา ว่าเป็นคนแบบไหนอย่างไรชอบอะไรไม่ชอบอะไร แถมยังจะบอกด้วยว่าลักษณะผิวพรรณรูปร่างเป็นอย่างไร แม้กระทั้งอาหารการกินต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความสมดุลทางร่างกาย เป็นการส่งเสริมสุขภาพให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ได้แก่ ธาตุดิน เปรียบดั่งความห่วงใย สีประจำธาตุคือสีน้ำตาล คนธาตุดินมักจะมีร่างกายและกล้ามเนื้อแข็งแรง สูงใหญ่ ผิวค่อนข้างคล้ำ เสียงดังฟังชัด เป็นคนหนักแน่น รักการประนีประนอม สดใส ดูท่าทางขี้โกงแต่จิตใจดี ควรรับประทานผักและผลไม้ที่มี รสฝาด รสหวาน รสมัน รสเค็ม เช่น ฝรั่งดิบ หัวปลี กล้วย มะละกอ เผือก มัน ถั่วพู กะหล่ำปลี ผักกระเฉด มะม่วง มังคุด เงาะ ลำไย น้ำเต้าหู้ น้ำแตงโม ขนมจีนน้ำพริกเป็นต้น ธาตุน้ำ เปรียบดั่งกำลังใจ สีประจำธาตุคือสีฟ้า คนธาตุน้ำมักมีรูปร่างสมส่วน ท้วมถึงอ้วน ผิวพรรณสดใส มีความนุ่มนวลในตัวเองหากนำมาใช้ถูกทาง สิ่งใดหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง เชื่องช้าในบางครั้ง ควรรับประทานผัก และผลไม้ที่มี รสเปรี้ยว เช่น ก๋วยเตี๋ยว มะเขือเทศ ส้มโอ สับปะรด มะนาว ส้มเขียวหวาน ยอดมะขามอ่อนเป็นต้น ธาตุลม      ...

25 วิธีการแก้ปัญหาโลกร้อน

1. ลดการใช้พลังงานในบ้านด้วยการปิดทีวี คอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เมื่อไม่ได้ใช้งาน จะช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้นับ  1  พันปอนด์ต่อปี 2. ลดการสูญเสียพลังงานในโหมดสแตนด์บาย เครื่องเสียงระบบไฮไฟ โทรทัศน์ เครื่องบันทึกวิดีโอ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและอุปกรณ์พ่วงต่างๆ ที่ติดมาด้วยการดึงปลั๊กออก หรือใช้ปลั๊กเสียบพ่วงที่ตัดไฟด้วยตัวเอง 3. ขับรถยนต์ส่วนตัวให้น้อยลง ด้วยการปั่นจักรยาน ใช้รถโดยสารประจำทาง หรือใช้การเดินแทนเมื่อต้องไปทำกิจกรรมหรือธุระใกล้ๆ บ้าน เพราะการขับรถยนต์น้อยลง หมายถึงการใช้น้ำมันลดลง และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย เพราะน้ำมันทุกๆ แกลลอนที่ประหยัดได้ จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้  20  ปอนด์ 4. เปิดหน้าต่างรับลมแทนเปิดเครื่องปรับอากาศ ลดการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้ไฟฟ้าเพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศ 5. เลือกซื้อเลือกใช้ เมื่อต้องซื้อรถยนต์ใช้ในบ้าน หรือรถยนต์ประจำสำนักงานก็หันมาเลือกซื้อรถประหยัดพลังงาน รวมทั้งเลือกอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟ ทั้งในบ้านและอาคารสำนักงาน 6.  เช็กลมยาง การขับรถที่ยางลมมีน้อยอาจทำให้เปลือง...